2007/Jan/25

เราต่างมีวันนี้ นาทีนี้ และวินาทีนี้เท่านั้น
หลายครั้งที่เราบอก กับตัวเองว่า "พรุ่งนี้"
พรุ่งนี้ค่อยทำ พรุ่งนี้ฉันจะรักเธอ
พรุ่งนี้ฉันจะฝึกสมาธิ พรุ่งนี้ฉันจะกินมังสวิรัติ
พรุ่งนี้ฉันจะเลิกบุหรี่ พรุ่งนี้ฉันจะขอโทษเขา พรุ่งให้อภัย


สารพัดสารพันพรุ่งนี้.... แต่ พรุ่งนี้..ไม่เคยมาถึง
ในความเป็นจริง เราไม่ได้มีชีวิตอยู่กับวันพรุ่งนี้
เรามีชีวิตอยู่ในขณะนี้ กับห้วงเวลานี้เท่านั้น
ไม่มีใครจะล่วงรู้ได้เลยว่าเสี้ยววินาทีต่อจากนี้ไปอะไรจะเกิดขึ้น


หากห้วงยามนี้ฉันหลับตาลง และหลับไปอย่างนิจนิรันดร์
คงมีหลายอย่างที่ฉันพลาดไป และไม่ได้ทำในชีวิต
หลายครั้งเรารอให้โอกาสมาถึง รอให้วันพรุ่งนี้มาถึง
แต่โอกาสไม่มีวันมาถึง วันพรุ่งนี้ไม่เคยมาถึง


ทุกอย่างเป็นเพียงภาพลวงตาที่เราสร้างขึ้น
ไม่เพียงแต่เรากำลังหลอกตัวเอง แต่เรากำลังหลอกคนรอบข้าง
จริงแล้ว โอกาสอยู่ในมือเราแล้วตอนนี้ เวลานี้
โอกาสอยู่ตรงนี้ตลอดเวลา
และก่อนที่เราจะมาอยู่ตรงนี้ด้วยซ้ำ


พระพุทธเจ้าสอนเราให้อยู่กับ "ปัจจุบันขณะ"
อาจารย์ศิลป์ พีระศรี พูดว่า "พรุ่งนี้ก็สายเสียแล้ว"
"โอโช" บอกเราว่า "Why Tomorrow?,Why not now.!"
ใช่สิ ทำไม...ทำไมไม่เดี๋ยวนี้! เราเคยลองถามตัวเองไหม


หากได้มองกลับเข้าไปในชีวิต เราชอบที่จะผลัดวันประกันพรุ่งให้กับตัวเอง และชีวิต
จริงแล้วการผลัดวันประกันพรุ่งเป็นเพียงกลอุบายของจิต-ที่ทำให้เรารู้สึกมีความหวัง
แต่ขณะเดียวกันมันก็ทำให้เราพลาดโอกาสไป
ในที่สุดเราก็จะมาถึงทางตันของชีวิต คือ "ความตาย"
และสุดท้ายแล้วก็ไม่มีโอกาสใดๆ หลงเหลืออีกเลยในชีวิต


ทำไมเราไม่ลองคิดว่า เราเหลือเพียงวินาทีสุดท้ายในชีวิต
เรากำลังจะตายไปจากโลกนี้ หรือโลกนี้จะแตกดับไปในอีกไม่กี่นาทีข้างหน้า
หากคิดเช่นนั้น...ชีวิตเราคงจะเปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิง...
เราคงจะมีชีวิตอยู่กับ "ชีวิตจริงๆ" ของเรามากขึ้น
มากกว่าที่มีชีวิตอยู่กับบ้านหลังใหญ่ หรือหลังต่อไป
รถคันใหม่ หรือคันต่อๆ ไป ตัวเลขที่เพิ่มขึ้น หรือลดลงในธนาคาร
เก้าอี้ในสำนักงาน ตำแหน่งที่วาดหวัง
หรืออยู่กับการเข่นฆ่า แย่งชิงความเป็นใหญ่ หรือการทำสงครามใดๆ ในโลก


คนส่วนใหญ่วางแผนการดำเนินชีวิตไว้ราวกับว่า
ชีวิตคือสิ่งที่ออกแบบได้ตายตัว และเป็นอมตะนิรันดร์
เขาวางไว้ว่าจะเรียนจบเมื่ออายุ 21 หลังจากนั้นทำงาน
เก็บเงินแต่งงานเมื่ออายุ 29 จะมีลูกเมื่อ อายุ 32
แล้วก็จะปลดละวางตัวเองตอนอายุ 50
เสร็จแล้วก็จะเดินทางค้นหาความจริงให้กับชีวิต หรือจะเข้าวัด
บ้างก็ว่าจะเดินทางรอบโลก บ้างก็ว่าจะพักผ่อนหาความสุขให้กับชีวิต
แต่เราแน่ใจได้หรือว่า วันเหล่านั้นจะมาถึง
หรือคุณจะมีชีวิตอยู่ไปจนถึงวันนั้น


ไม่หรอก...มันไม่มี เรามีเพียงวันนี้ และวินาทีนี้เท่านั้น
อย่าลังเลที่จะทำอะไร หรือเติมสิ่งดีๆให้ชีวิตเลย
การพักผ่อนไม่ใช่จะมีได้เมื่อตอนปลดเกษียณ
ฮันนีมูนก็ไม่ได้เกิดขึ้นได้เฉพาะตอนแต่งงานใหม่ๆ
การจะบอกรักใครสักคนก็ไม่ใช่บอกในวันที่เขาลาจากโลกนี้ไปแล้ว
หรือบางครั้งเราเองต่างหากที่จะจากโลกนี้ไปก่อนที่จะได้บอกคำนั้นกับใครสักคน


การค้นหาความจริงแห่งชีวิตก็เฉกเช่นเดียวกัน
มันไม่มีป้ายบอก วัน/เดือน/ปี ที่ผลิต และวันหมดอายุ
มันมีอยู่จริงไม่ว่าเราจะมีอยู่หรือไม่มีอยู่ก็ตาม
มีแต่ชีวิตเราต่างหากที่มีวันหมดอายุ
หากวันนี้เราคิดที่จะศึกษาหรือค้นหาความจริงแห่งชีวิต
ความจริงก็ได้เปิดออกอยู่ตรงหน้าเราแล้ว อย่ารีรออีกเลย
เพราะพรุ่งนี้... จะไม่มีวันมาถึง

หากนี่เป็นความฝันต่อเนื่องล่ะก็.....

เพื่อปกป้องเธอ.....

ไม่ว่าเรื่องอะไรชั้นก็ทำทั้งนั้น....


Gally

2007/Jan/25

เราอาจจะหาความหมายของทุกสิ่งมาตลอดชีวิต แล้ววันหนึ่งเราก็พบว่า
เพียงแค่มีบางสิ่ง ชีวิตก็มีความหมายแล้ว.
มนุษย์เกิดขึ้นมาท่ามกลางความโดดเดี่ยว พร้อมด้วยหัวใจคนละ 1 ดวง เมื่อมนุษย์ 2
คนมาพบกัน เราจึงเรียนรู้ว่า 1 + 1 อาจจะยัง คงเท่ากับ 1
แต่ความโดดเดี่ยวนั้นหายไป ที่เล็กๆ ขนาดไม่ให้โตไปกว่ากำปั้น
ที่ทำให้เราอยู่รวมกันบนโลกใบนี้อวัยวะที่สะกดด้วยอักษรง่ายๆ ใช้แทนคำว่า "รัก"ได้เป็นอย่างดี
ความรัก ที่ประทับใจขอเก็บไว้ในใจแล้วอมยิ้มนะ ความรัก
ที่ไม่ประทับใจขอเก็บไว้เป็นประสบการณ์ ความรัก
ที่ทำเพื่อผู้อื่นเป็นความภูมิใจแบบเก็บไว้เอง ความรัก
ที่ทำเพื่อตัวเองนั่นไม่เรียกว่ารัก ความรัก
ที่คุณเจอในอดีตขอให้เป็นความทรงจำที่แสนดี ความรัก
ที่คุณเจอในปัจจุบันขอให้สมหวังกันทุกคน ความรัก
ที่คุณจะเจอในอนาคตให้อธิษฐานกันเอาเองนะ

"ถ้าอ๊อกซิเจนทำชีวิตนี้ดำรงอยู่ได้ ความรักก็ทำให้การมีชีวิตนั้นมีความหมายมากยิ่งขึ้น "


เคยมั้ยที่จะมี คุณเคยมีคนแบบนี้ที่ไม่ใช่พ่อแม่พี่น้องหรือยัง?
ตอบตัวเองให้ได้ว่าใคร เคยมั้ยที่จะมี...คนให้อภัยคุณทุกอย่าง....

เคยมั้ยที่จะมี...คนอยู่เคียงข้างคุณเวลาที่คุณเสียใจ
เคยมั้ยที่จะมี...คนจดจำความเป็นคุณได้ทุกอย่าง
เคยมั้ยที่จะมี...คนยอมเสียสิ่งที่รักเพื่อคุณ
เคยมั้ยที่จะมี...คนเห็นคุณสำคัญกว่าเพื่อน
เคยมั้ยที่จะมี...คนที่คุณอยู่ด้วยเฉย ๆ แล้วมีความสุข

เคยมั้ยที่จะมี...คนที่มั่นใจในคำว่ารักของคุณ
เคยมั้ยที่จะมี...ไม่อายเมื่อเดินข้างคุณ แม้คุณหน้าตาไม่ดีก็ตาม
เคยมั้ยที่จะมี...คนที่ทนคุณได้ไม่ว่า คุณจะด่า จะว่า เค้ายังไง
เคยมั้ยที่จะมี...คนรับได้ในสิ่งที่คุณเป็นไม่ว่าจะมีคนมาว่าร้ายคุณยังไง
เคยมั้ยที่จะมี...คนที่เห็นความผิดของคุณเป็นเรื่องน่ารัก

เคยมั้ยที่จะมี...คนที่คุณอยากตื่นมาแล้วก็เจอ
เคยมั้ยที่จะมี...คนที่คุณคิดถึงเค้า แม้ว่าคุณไม่เหงาก็ตาม
เคยมั้ยที่จะมี...คนที่คุณคิดถึงคนแรก เมื่อคุณทุกข์ใจ
เคยมั้ยที่จะมี...คนที่คุณรู้ว่า เค้าช่วยให้คุณสบายใจได้
เคยมั้ยที่จะมี...คนแคร์คุณมากมาย ไม่ว่าคุณจะทำร้ายเค้ายังไง
เคยมั้ยที่จะมี...คนที่รับรู้ตัวตนที่แท้จริงของคุณ
เคยมั้ยที่จะมี...คนที่ยังรักคุณแม้คุณไม่เห็นความสำคั­ของเค้าเลย

ถ้าคุณเคยมีเค้าคนนี้อยู่จริง คุณควรถนอมเค้าไว้ให้ดี
ถ้าคุณสูญเสียเค้าไปคุณเองที่จะเป็นคนเสียใจ ความหมายของหัวใจ
เราอาจจะหาความหมายของทุกสิ่งมาตลอดชีวิต แล้ววันหนึ่งเราก็พบว่า
เพียงแค่มีบางสิ่ง ชีวิตก็มีความหมายแล้ว

ที่ผ่านมาเราวิ่งตามอะไรอยู่นะ....
ความคำนึงที่เดือดพล่านอยู่ภายในใจนี้มันคืออะไรกัน.....
อ่า... ถ้าโลกนี้ไม่มีทั้งความเศร้า และ ความตาย....
ขอเพียงเชื่อมันในความสุขจากใจจริง ก็ไม่จำเป็นต้องอธิษฐานใดๆ.....
หากช่วงเวลาแห่งความสขนี้จะคงอยู่ต่อไปชั่วนิรันดร์....

2007/Jan/25

หลังจากมีการยึดอำนาจของคณะปฏิรูปไม่นานตัวผมเอง ซึ่งอยู่ในต่ำแหน่งที่ผู้บังคับบัญชาไว้วางใจพอสมควร ก็ได้รับมอบหมายหน้าที่ให้ทำการตรวจค้น รถทุกคันที่แล่นผ่านถนนเส้นหลักๆของจังหวัด ที่ดูแล้วต้องสงสัยว่าจะเป็นภัยต่อความมั่นคง......

ภาระหน้าที่ที่ได้รับคือการออกนอกหน่วยเพื่อไปตั้งด่านตรวจสกัดผู้ที่ต้องการมารวมตัวกันเพื่อก่อการใดๆที่กระทบต่อความสงบเรียบร้อยของประเทศ.....

มันเป็นเรื่องที่ลำบากมากทั้งที่อยู่ ห้องน้ำ ที่นอน อาหาร เข้าเวรครั้งล่ะ 3 ชม พัก 6 ชม ยิ่งในช่วงนั้นที่มีพายุฝนด้วยความลำบากในเรื่องที่อยู่ยิ่งทวีขึ้นไปอีก......

และในค่ำคืนหนึ่ง เวลาประมาณ ตี 2 เศษ จำได้ว่าเป็นวันที่ฝนตกหนักมาก ลมก็แรงมาก อากาศเย็นจัด ผมยืนโบกรถที่ผ่านไปผ่านมากลางถนน กับเพื่อนอีก 1 คน ( อีกคนมันแอบอู้ไปแอบหลับเฉย )......

เสื้อกันฝนที่ใส่อยู่ก็แทบจะช่วยอะไรไม่ได้เลย ( มันกันฝนออก ไม่ได้กันฝนเข้า ) เสื้อพรางที่ใส่อยู่เปียกโชค หมวกเหล็กที่ใส่อยู่ก็หนักอึ้งจนรู้สึกหัวชาๆ ( หมวกหนัก 1.5 กก ) ผมยืนตัวสั่นเทาอันสามารถสังเกตุได้จากมือที่ถือสัญญาณไฟที่สั่นระริกตอนที่ยกขึ้นชูโบกไปมา ปืน ปลย. 11 ( HK33 ) ที่สะพายอยู่ก็เปียก ก็เปียกชุ่ม จนอดคิดไม่ได้ว่า ถ้าเอามายิงตอนนี้มันจะยิงออกไหมนะ( น้ำหนักปืน ปลย.11 ( HK33 ) หนัก 3.35 กก ซอง )....

รถขนาดใหญ่ทั้งรถขนไม้ ขนข้าว ขนของ ขนอะไรต่ออะไรจิปาถะ รถตู้ รถขนหมู รถบัส ฯลฯ ผ่านไปผ่านมาให้ตรวจมากจนแทบจะไม่มีเวลาว่างเลย.....

บางคันก็โบกให้ชะลอ ก็ไม่ชะลอ บางคันซ้ำยังพุ่งมาหมายจะชนซะอีก ( เกือบโดนหลบทัน ) บางคันก็แหกด่านหนีเฉยเลย บางคนพูดด้วยดีๆเพราะๆ ยิ้มก็ยิ้มแล้ว เค้าก็ยังไม่พอใจ มีด่าว่าถากถางผมกลับต่างๆนะ บางคนก็ตะคอก จนทำให้รู้สึกหดหู่ในใจว่า "เราพูดดีๆกับทุกคนเลย ยิ้มก็ยิ้ม มีหางเสียงครับๆตลอด ทุกประโยคจะเน้น ประโยคขอร้องเสียส่วนใหญ่ ทำไมบางคนเค้าถึงยังไม่พอใจเราอีก ขอเวลาแค่ 3 - 7 นาที / คัน เอง".......

แล้วก็เริ่มตั้งคำถามกับตัวเองว่า "ทำไมเรามาทำอะไรที่นี่ สิ่งนี้เหมาะกับเราหรือ มือของเราเหมาะที่จะจับปากกามากกว่าจับปืนล่ะมั้ง เราไปทำอย่างอื่นที่มีประโยชน์กว่านี้ให้ประเทศชาติไม่ดีกว่าเหรอ ดีกว่ามายืนทำอะไรไม่รู้ตรงนี้ ดูแล้วไม่เห็นมีคุณค่าตรงไหนเลย ไร้ค่าชะมัด อยู่เข้าเวรไปวันๆ"......

แล้วจู่ๆ ในความหดหู่นั้นเอง ก็มีรถ Honda Civic คันหนึ่งมาจอดที่ใกล้ๆผมแต่โดยดี คนในรถเปิดกระจกแล้วก็มองผม ผมพูดอย่างที่พูดกับคนขับรถทุกๆคันว่า "สวัสดีครับ ขออนุญาติรบกวนเวลาสักครู่นะครับ รบกวนสอบถาม ไม่ทราบว่าจะไปไหนเหรอครับ ช่วยเปิดไฟในห้องโดยสารได้ไหมครับ"......

ผู้หญิงคนหนึ่งในรถก็ตอบว่า "ไปกรุงเทพค่ะ" ผมดูแล้ว ไม่มีอะไรน่าสงสัยตาม Black Lits ที่ได้มาผมก็พูดว่า "ขอบคุณมากครับถ้าตามทางเห็นด่านอีกให้เปิดไฟในห้องโดยสารแล้วขับผ่านช้าๆนะครับ เค้าจะได้ไม่ต้องเรียกตรวจ ขอบคุณมากครับ".....

ผู้หญิงคนนั้นยิ้มแล้วพูดว่า "หนาวไหมต้องมายืนแบบนี้ทั้งคืน เหนื่อยหรือเปล่าทหารของในหลวง".......

แล้วผู้หญิงคนนั้นก็หยิบกาแฟกระป๋องมาให้ผม 2 กระป๋อง แล้วเค้าก็พูดว่า "ดูแลตัวเองด้วยนะ ที่พึ่งสุดท้ายของประเทศ" แล้วเค้าก็ขับรถออกไป........

หลังจากวันนั้นไม่เคยมีสักวันที่ผมไม่รู้สึกภาคภูมิใจกับหน้าที่ของตนเอง ผมพยายามทำทุกวันให้มีค่าให้มากที่สุด ถึงแม้จะไม่มีใครรู้ หรือ ใครเห็นแต่ผมก็ยังคงทำต่อไป ไม่ใช่เพื่อตัวเอง แต่เพื่อทุกๆคน สักวันความพยายามของผมคงจะทำให้เกิดประโยชน์ขึ้นไม่มากก็น้อย ถึงแม้ว่าจะไม่มีใครเห็นก็ตาม......

ตอนนี้ได้รับประกาศเกียรติบัตรเชิดชูเกียรติ แล้ว 1 ฉบับรู้สึกแอบดีใจที่มีคนเห็นความตั้งใจของผมบ้างแล้ว happy.gif......

เร็วๆนี้จะลงไปปฏิบัติภาระกิจรักษาความสงบที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้แล้ว ใครอยู่แถวๆนั้นก้อบอกหน่อยนะงับ เผื่อผ่านไปแถวนั้นจะได้ไปทักทาย
happy.gif ......

user posted image